วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ทัพเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ ส่อล่าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าดาวรุ่งจาก เชลซี


รายงานจาก เดอะ มิร์เรอร์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี รายงานว่า โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังได้รับความสนใจจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เชื่อกันว่า ชิรูด์ พร้อมที่จะอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่กลายเป็นแข้งส่วนเกินในทัพ "สิงห์บลูส์" โดยที่เชื่อกันว่า อินเตอร์ มิลาน เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัวครอบครอง

ล่าสุด สื่อดังกล่าว ระบุว่า "เสือเหลือง" พร้อมที่จะล่าตัว ชิรูด์ มาเสริมแนวรุกเช่นกัน โดยที่คาดว่า เชลซี น่าจะตั้งค่าหัว อดีตกองหน้า อาร์เซน่อล ไว้ที่ราว 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 195 ล้านบาท)

ทัวร์นาเมนต์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ฟินแลนด์ การันตีลุยศึก ยูโร 2020 รอบสุดท้าย


ทีมชาติฟินแลนด์ ได้สิทธิ์เข้าไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2020" รอบสุดท้าย ช่วงกลางปีหน้าเรียบร้อย หลังเปิดบ้านเอาชนะ ลิกเตนสไตน์ 3-0 ในเกมรอบคัดเลือก กลุ่ม เจ นัดที่ 9 เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ ฟินแลนด์ ได้เข้าไปเล่นทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่ล้มเหลวในการเตะรอบคัดเลือกมาตลอด 32 ครั้ง (รวมทั้ง ยูโร และ เวิลด์ คัพ รอบคัดเลือก) ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ฟินแลนด์ การันตีการเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เจ (อิตาลี เป็นแชมป์ของกลุ่ม) แม้เหลือโปรแกรมลงเตะอีก 1 นัดกับ กรีซ ในวันจันทร์ที่ 17 พ.ย. นี้ ก็ตาม 

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

มึนเช่นกลัดบัค เปิดบ้านถล่มยับ เบรเมน 3-1

พาทริค แฮร์มันน์ จอมทัพ มึนเช่นกลัดบัค โชว์ฟอร์มร้อนแรงหลังเหมาคนเดียว 2 ประตู แม้ทีมต้องมาเหลือ 10 คนช่วงท้ายแต่ไม่มีปัญหา เปิดบ้านเชือด “นกนางนวล” เบรเมน 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 25 คะแนน ยึดจ่าฝูงทิ้งห่าง 4 แต้ม ในศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : โบรุสเซีย พาร์ค
มึนเช่นกลัดบัค จ่าฝูงของตารางยังไม่มี รัฟฟาเอล, บรีล เอ็มโบโล่ และ โทนี่ ยันท์ชเค่ ที่เจ็บทั้งหมด สามแนวรุกวาง พาทริค แฮร์มันน์, อลาสซาน เพลอา และ มาร์คุส ตูราม
ฝั่ง “นกนางนวล” เบรเมน ชวดใช้งาน ลุดวิก ออกุสตินสัน,ฟิน บาร์เทิ่ลส์ และ นิคลาส มอยซานเดอร์ ที่เจ็บทั้งหมด แนวรุกนำมาโดย มิลอต ราชิชา และ ยูยะ โอซาโกะ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น
ครึ่งแรกเริ่มมา 20 นาที เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ลาสซ์โล่ เบเนส เปิดฟรีคิกโค้งมาให้ รามี่ เบนเซไบนี่ เติมมาโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย อีกสองนาทีต่อมา กลัดบัค หนีเป็น 2-0 มาร์คัส ตูราม โหม่งต่อให้ พาทริค แฮร์มันน์ วิ่งมาแปด้วยขวาเข้าไป ขยับมานาที 27 เบรเมน น่าจะได้ประตูตีไข่แตกหลังจาก ยูยะ โอซาโกะ หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย
แต่หลังจากผู้ตัดสินไปดูวีเออาร์ปรากฏว่ามิลอต ราชิชา ไปทำฟาลว์ เดนิส ซากาเรีย ก่อนจึงไม่ให้ประตู ท้ายครึ่งแรกนาที 36 “สิงห์หนุ่ม” เกือบได้เพิ่ม มาร์คัส ตูราม ไหลให้ รามี่ เบนเซไบนี่ เติมมาอัดด้วยซ้ายเช็ดคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
จบครึ่งแรก มึนเช่นกลัดบัค นำ เบรเมน อยู่ 2-0
ครึ่งหลัง ผ่านมานาที 52 เบรเมน มาได้จุดโทษหลังจากผู้ตัดสินไปดูวีเอวาร์แล้วชี้ว่า รามี่ เบนเซไบนี่ ไปดึง ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่ แต่ทาง ดาวี่ คลาสเซ่น ยิงไปติดเซฟ ยานน์ ซอมเมอร์ อย่างน่าเสียดาย ต่อมานาที 59 กลัดบัค นำห่างเป็น 3-0 เดนิส ซากาเรีย ไหลไปให้ พาทริค แฮร์มันน์ กดด้วยขวาเข้าไปเด็ดขาด
ขยับมานาที 68 กลัดบัค ยังได้โอกาสจากลูกฟรีคิกของ พาทริค แฮร์มันน์ แต่ยังไปติดเซฟของ ยิรี พาฟเลนก้า ท้ายเกมนาที 87 เจ้าถิ่นเหลือ 10 คนหลังจาก รามี่ เบนเซไบนี่ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกไป ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตก 3-1 จากลูกยิงของ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้
จบเกม มึนเช่นกลัดบัค เปิดบ้านถล่ม เบรเมน 3-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
มึนเช่นกลัดบัค ยานน์ ซอมเมอร์ – สเตฟาน ไลเนอร์, มัทธิอัส กินเทอร์, นิโค่ เอลเวดี้, รามี่ เบนเซไบนี่ – คริสโตฟ คราเมอร์, ลาสซ์โล่ เบเนส, เดนิส ซากาเรีย – พาทริค แฮร์มันน์, อลาสซาน เพลอา, มาร์คุส ตูราม
เบรเมน ยิรี พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, โอเมอร์ โทพรัค,  มิลอส เวลโควิช, มาร์โค ฟริเดิล – มาริโอ เอ็กเกชไตน์, นูริ ซาฮิน, ดาวี่ คลาสเซ่น – เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท, ยูยะ โอซาโกะ, มิลอต ราชิชา

ยูเวนตุส ส่งดีบาล่าขย้ำชัยเหนือ เอซี มิลาน 1-0

ยูเวนตุส หล่นมาอยู่อันดับ 2 ของตารางหลังโดน อินเตอร์ มิลาน แซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูง เกมนี้เปิดรังทำบิ๊กแมตช์กับ เอซี มิลาน ทีมอันดับ 14 ของตาราง เปาโล ดีบาล่า ตัวสำรองที่ลงมาแทน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลายเป็นฮีโร่ของเกมหลังซัดประตูชัยให้ ยูเวนตุส เบียด เอซี มิลาน 1-0 เก็บสามแต้มแซง “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ขึ้นไปนั่งจ่าฝูง ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม
เมาริซิโอ ซาร์รี่ นายใหญ่ ยูเวนตุส พาทีมยังไร้พ่ายในลีก เกมล่าสุดบุกเฉือน โตริโน่ 1-0 แมตช์นี้ได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฟิตลงสนามยืนล่าตาข่ายคู่กับ กอนซาโล่ อิกวาอิน โดยมี เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ยืนเป็นหน้าต่ำ ขณะที่ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ กุนซือ”ปีศาจแดงดำ” ยังพาทีมทำผลงานได้ไม่เข้าตาเท่าไหร่ เกมล่าสุดพ่ายคาบ้านให้ ลาซิโอ 1-2 วางทีเด็ดที่สามแนวรุกทั้ง ซูโซ่, คริสตอฟ ปิออนเต็ก และฮาคาน ชัลฮาโนกลู
เกมครึ่งแรก นาที 14 เป็นฝั่ง “ม้าลาย” ที่ได้ลุ้นยิงเข้ากรอบเป็นหนแรก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดตัดหลังให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่บอลยังไปติดตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นาที 17 “ปีศาจแดง-ดำ” มีโอกาสบ้าง ซูโซ่ ครอสเข้ามาให้ คริสตอฟ ปิออนเต็ก ขึ้นโขกกลางประตูบอลเฉียดคานออกไปแบบได้เสียว
นาที 25 รอสโซ่เนรี่ ยังทำความยากลำบากให้แนวรับเจ้าถิ่นอีก อันเดรีย คอนติ วิ่งมาแปเข้ากลางให้ ลูคัส ปาเกต้า โขกกลางประตูกว่า 12 หลาบอลเกือบมุดใต้คานแต่ วอยเซียค เซสนี่ ยังเหินปัดออกหลังไปหวุดหวิด ท้ายเกม กลายเป็นทีมเยือนที่บดใส่เจ้าถิ่นอย่างหนัก นาที 45 เตโอ แอร์กน็องเดซ ได้สับไกนอกกรอบบอลพุ่งตกพื้นเสาแรกจน วอยเซียค เชสนี่ ต้องพุ่งปัดออกไป นาทีถัดมา คริสตอฟ ปิออนเต็ก หลุดเข้าไปอัดมุมแคบอีกแต่ เชสนี่ ก็ยังเหนียวทุบออกไปได้
 จบครึ่งแรก ยูเวนตุส ยังเสมอกับ เอซี มิลาน 0-0
ครึ่งหลัง เล่นไปได้ถึง นาที 55 เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถอดเอา โรนัลโด้ ที่เพิ่งหายเจ็บออกแล้วส่ง เปาโล ดีบาล่า ลงเล่นแทน นาที 58 ลูคัส ปาเกต้า แทงบอลให้ คริสตอฟ ปิออนเต็ก หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดด้วยขวาแต่บอลยังติดแขนขวาของ เชสนี่ เกมยังเป็น “ม้าลาย” ที่โอกาสจบได้ลุ้นกว่า นาที 66 ดั๊กลาส คอสต้า ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาหลุดไปในกรอบทางซ้ายก่อนตบมาเสาแรกให้ แบลส มาตุยดี้ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเหินคานออกไป ไม่ถึงสองนาทีต่อมา เปาโล ดีบาล่า ลากตัดเข้ากลางแล้วตะบันเลียดด้วยซ้ายแต่บอลยังพุ่งไปเข้ามือ ดอนนารุมม่า
นาที 74 “ปีศาจแดงดำ” เอาคืนเหมือนกัน และเป็นฟรีคิกสังหารของ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู  ปั่นแรงเข้าไปแต่ยังไปตรงตัว วอยเชียค เชสนี่ ทุบออกมาได้ กระนั้น นาที 77 แฟนเบียงโคเนรี่ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อทีมรักผงาดขึ้นนำ 1-0 เมื่อ อิกวาอิน ชิ่งต่อให้ เปาโล ดีบาล่า รับบอลจาก ก่อนเลี้ยงผ่านแนวรับมิลานเข้าไปซัดเปรี้ยงหนีมือ ดอนนารุมม่า เข้าไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม
จบเกม ยูเวนตุส เฉือนเอาชนะ เอซี มิลาน 1-0 เก็บสามแต้มแซง อินเตอร์ มิลาน ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงโดยมี 32 คะแนนมากกว่า “งูใหญ่” แค่แต้มเดียวเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
ยูเวนตุส (4-3-1-2) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, อเล็กซ์ ซานโดร – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ (อาเดรียง ราบิโอต์ น.70 – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.61) – กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เปาโล ดีบาล่า น.55)
เอซี มิลาน (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, เลโอ ดูอาร์เต้, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – อิสมาเอล เบนนาเซอร์, ราเด้ ครูนิช (จาโคโม โบนาเวนตูร่า น.61), ลูคัส ปาเกต้า (อันเต้ เรบิช น.85) – ซูโซ่, คริสตอฟ ปิออนเต็ก (ราฟาเอล เลเอา น.66), ฮาคาน ชัลฮาโนกลู

ลิเวอร์พูล ลุ้นอาการเจ็บของ ซาลาห์ เพื่อทำศึกเยือน คริสตัล พาเลซ



จากการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อดังในประเทศอังกฤษ ระบุว่า ลิเวอร์พูล เจอสถานการณ์ตึงเครียดเกี่ยวกับสภาพความฟิตของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นักเตะคนสำคัญหลังเจ้าตัวต้องถอนตัวออกจากการรับใช้ทีมชาติอียิปต์ เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า ซาลาห์ เพิ่งจะกลับมาลงสนามในแมตช์ช่วยทีมพบ แอสตัน วิลล่า, เกงค์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลดาวซัลโวร่วมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าปะทะกับ แฟร์นันดินโญ่ และฝืนเล่นอยู่นาน สุดท้ายต้องโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 87 ในเกมจมทัพ "เรือใบสีฟ้า" เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ "หงส์แดง" ซึ่งรั้งตำแหน่งจ่าฝูงโดยมี 34 คะแนน และยังไม่แพ้ทีมใดเลยในฤดูกาลนี้ คงต้องเครียดพอสมควรเพราะหลังหมดโปรแกรมทีมชาติแล้ว ต้นสังกัดมีคิวต้องไปเยือน "ดิ อีเกิ้ลส์" คริสตัล พาเลซ วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ โดยนอกจาก ซาลาห์ แล้ว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซึ่งถอนตัวจากทีมชาติสกอตแลนด์เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บ ต้องลุ้นว่าจะฟิตสมบูรณ์ในเกมลีกบุกถิ่นเซลเฮิร์สต์ พาร์ค หรือไม่

วิเอร่า เสนอแนะทัพ อาร์เซน่อล ควรให้เวลา อูไน เอเมรี่ อยู่คุมทัพต่อ



ปาทริค วิเอร่า อดีตยอดกองกลางกัปตันทีม อาร์เซน่อล เชื่อว่า อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีม "ไอ้ปืนใหญ่" ควรได้รับโอกาสพิสูจน์ฝีมือต่อไป ถึงแม้ฤดูกาลนี้ทีมมีผลงานในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าผิดหวังก็ตาม อาร์เซน่อล ไม่ชนะใครในลีกมา 4 นัดติดแล้ว (เสมอ 2 แพ้ 2) โดยรั้งอันดับหกในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก และตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับสี่ ถึง 8 แต้ม ทำให้ เอเมรี่ ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก แต่ วิเอร่า มองว่า "ไอ้ปืนใหญ่" ไม่ควรที่จะปลด กุนซือชาวสแปนิชวัย 48 ปี พ้นตำแหน่งในตอนนี้ โดย ปาทริค วิเอร่า กล่าวว่า

"ผมคิดว่า สโมสรกำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่คุณเองก็คงจะเห็นว่า มันยังมีอีกหลายสโมสรที่กำลังเป็นแบบนี้เช่นกัน ผมคิดว่า มันไม่เคยเป็นเรื่องง่ายเลย สำหรับการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการไปของ อาร์แซน (เวนเกอร์) ผู้ที่อยู่กับสโมสรมานานกว่า 20 ปี"

สื่อเผย ปอล ป็อกบา จะฟิตกลับมาช่วยทีมทำศึกกับ แมนฯ ซิตี้ ที่จะถึงนี้



รายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลก รายงานว่า ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะฟิตทันลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้นสังกัดของเขามีคิวไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคมนี้ ซีซั่นนี้ ป็อกบา เพิ่งได้ลงเล่นไปเพียง 6 นัดในทุกรายการ หลังจากโดนอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าเล่นงานอย่างหนัก โดยหนล่าสุดที่เขาได้ช่วยทีมต้องย้อนไปถึงเกมลีกนัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ อาร์เซน่อล 1-1 เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาเลย อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้เขาก็สามารถเอาเฝือกออกได้แล้ว จนทำให้ดูเหมือนว่าใกล้ที่จะกลับมาลงเล่นได้เต็มที