วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562

พฤติกรรมหัวร้อน ลงโทษแบน ฟร้องค์ ริเบรี่ 3 แมตช์ พร้อมปรับเงินหนึ่งก้อน


ฟร้องค์ ริเบรี่ ปีกประสบการณ์สูงของ ฟิออเรนติน่า โดนสั่งแบน 3 แมตช์ และปรับเงินอีก 20,000 ยูโร (ราว 700,000 บาท) จากเหตุการณ์ที่ผลักผู้กำกับเส้นแบบดุเดือด หลังจบเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ต้นสังกัดของเขาแพ้ ลาซิโอ 1-2 คารัง อาร์เตมิโอ ฟรังคี่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกมนี้ ริเบรี่ ลงเล่นเป็นตัวจริงพร้อมกับเป็นคนผ่านบอลให้ เฟเดริโก เคียซ่า ยิงประตูในนาทีที่ 27 ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 75 แต่หลังจากนั้น ลาซิโอ มาได้ประตูชัยนาทีที่ 89 จาก ชิโร่ อิมโมบิเล่ อย่างไรก็ตามในจังหวะดังกล่าวทัพ "ม่วงมหากาฬ" มองว่าพวกเขาน่าจะได้ฟาวล์ก่อน แต่กรรมการ มาร์โก จีน่า กลับปล่อยให้เล่นต่อ โดย ฟร้องค์ ริเบรี่ ออกมากล่าวขอโทษว่า
"ผมเสียใจจริงๆ สำหรับเรื่องเมื่อคืน (วันอาทิตย์) ผมขอโทษกับเพื่อนร่วมทีม, โค้ช และแฟนบอล ผมขอโทษมิสเตอร์ (มัตเตโอ) ปาสเซรี่ จากเหตุการณ์หลังจบเกมที่ผมแสดงอาการหัวร้อน และผิดหวังมากๆ"


เดยัน ลอฟเรน เผยคำพูดคล็อปป์ กระตุ้นหงส์พลิกสถานการณ์ เฉือนชนะสเปอร์ส



เดยัน ลอฟเรน เซนเตอร์แบ็ก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดเผยวิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันพูดกระตุ้นลูกทีมในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่งจนทำให้พวกเขาฮึกเหิมและกลับมาไล่บดขยี้เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในนัดดังกล่าว ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มได้ดียิ่งกว่าเดิม และสุดท้ายก็ได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (จุดโทษ) ที่ช่วยทำให้ทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญได้สำเร็จ โดย ลอฟเรน เผยถึงสิ่งที่ คล็อปป์ พูดกับบรรดาลูกทีมว่า
"เราเข้าไปในห้องช่วงพักครึ่ง แล้วเจ้านายก็พูดว่า -ปกติผมไม่เคยพูดแบบนี้นะ แต่ผมดีใจแม้เราตามหลัง  0-1 แต่ว่าเราจำเป็นต้องทำเล่นแบบนี้ต่อไป และกล้าเล่น- เรารู้ว่าเรามีโอกาส และเราทำได้ มันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ผมมีความสุขกับ เฮนโด้ เขาสมควรได้สิ่งนี้ และโดยเฉพาะการได้ 3 คะแนน"


เอคตอร์ เบเยริน โพสต์ข้อความขอความสามัคคีภายใน สโมสรอาร์เซน่อล


เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาความเร็วสูงของ อาร์เซน่อล ออกมาร้องขอความสามัคคีภายในสโมสร หลังจากที่เกิดประเด็นร้อนระหว่าง กรานิต ชาคา กองกลางกัปตันทีม กับเหล่าสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ระหว่างเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุดที่ "ไอ้ปืนใหญ่" ทำได้แค่เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2 ประเด็นดราม่าดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 61 ซึ่ง ชาคา เอามือป้องหูเชื้อเชิญให้แฟนบอลโห่ใส่หนักขึ้น ระหว่างเดินออกจากสนาม หลังถูกเปลี่ยนตัวออก พร้อมทั้งถอดเสื้อออกและเดินมุ่งหน้าเข้าสู่อุโมงค์ทันที ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลอย่างมาก ล่าสุด เบเยริน ได้พยายามสงบศึกทั้งสองฝ่ายผ่านสื่อโซเชียล พร้อมวอนแฟนบอล "ไอ้ปืนใหญ่" ให้พยายามเข้าใจความรู้สึก ณ เวลานั้นของ ชาคา ดาวเตะวัย 27 ปี ด้วย โดย เอคตอร์ เบเยริน กล่าวว่า
"เราทุกคนต่างเป็นมนุษย์กันทั้งนั้น เราต่างมีอารมณ์ และบางครั้งมันไม่ง่ายเลยที่จะรับมือกับเรื่องแบบนี้ มันเป็นเวลาที่เราต้องช่วยฉุดมือกันขึ้นมา ไม่ใช่เอาแต่ผลักไส่ไล่ส่งกัน เราจะชนะได้ก็ต่อเมื่อเราร่วมแรงร่วมใจกัน"


อัพเดท โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟื้นเข้าซ้อมกับเพื่อนๆ ได้ตามปกติ



โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ลงซ้อมได้ตามปกติ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา แม้เพิ่งได้รับบาดเจ็บซ้ำตรงข้อเท้าซ้ายจากเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ พิชิต ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ซึ่งในนัดนี้ ซาลาห์ ซัดจุดโทษเป็นประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล ในเกมดังกล่าว ทว่าเจ้าตัวเกิดเจ็บซ้ำตรงข้อเท้าซ้าย จนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 85 ทำให้เป็นที่กังวลกันว่า สตาร์ทีมชาติอียิปต์วัย 27 ปี อาจจะต้องพักแข้งระยะหนึ่งอีกครั้ง ล่าสุด สโมสรลิเวอร์พูล ได้โพสต์ภาพ ซาลาห์ ลงซ้อมกับเพื่อนๆ ใน ทวิตเตอร์ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" โดยเกมลีกนัดต่อไปของ "หงส์แดง" คือการบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้


ศึกบิ๊กแมตช์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถล่มยับ มาร์กเซย 4-0 หนีห่างรั้งจ่าฝูง


ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ฟอร์มทีมสุดยอดหลังเปิดบ้านไล่ถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย ไปแบบขาดลอย 4-0 โดยสกอร์ทั้งสี่ลูกเกิดขึ้นในครึ่งเวลาแรกจาก เมาโร อีการ์ดี้ และคีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้  ที่เหมาคนละสองประตู พาทีมซิวสามแต้มพร้อมนำจ่าฝูงมี 27 คะแนน โดยหนี น็องต์ อันดับสองถึง 8 คะแนน ในศึกบิ๊กแมตช์ ลีก เอิง
สนาม : ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ 
ศึกฟุตบอล ลีก เอิง นัดที่ 11 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมจ่าฝูงคว้าชัยมาสามเกมติดต่อกัน ล่าสุดบุกไปถล่ม นีซ 4-1 เกมนี้รับมือโอลิมปิก มาร์กเซย ทีมอันดับ 7 ที่เกมล่าสุดเพิ่งเอาชนะ สตราส์บูร์ก 2-0 คว้าชัยนัดแรกในรอบ 5 เกม
ครึ่งแรก เริ่มเกมมาได้แค่ 10 นาที เจ้าบ้านชิงขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว บอลจาก อังเคล ดิ มาเรีย โยกหลอกก่อนเปิดด้วยซ้ายไปเสาไกลให้ เมาโร อีการ์ดี้ เทกตัวโขกเต็มหัวแม้จะโดน สตีฟ ม็องด็องด้า เซฟไว้จังหวะแรกแต่จังหวะต่อมา อีการ์ดี้ ยังเร็วตามไปซ้ำไว้ได้ ให้ เปแอสเช ชิงขึ้นนำ 1-0 นาที 23 เจ้าถิ่นเกือบได้เม็ดที่สองตามมา หลัง มาร์โก แวร์รัตติ แย่งบอลได้ก่อนเลยมาถึง  คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายไขว้ขาอย่างเหนือชั้นให้ เมาโร อีการ์ดี้ หลุดไปยิงด้วยซ้ายแต่บอลไปติดเซฟของ ม็องด็องด้า อย่างเหลือเชื่อ
และรอไม่นาน อีก 4 นาทีถัดมา เปแอสเช ขยับหนีออกไปเป็น 2-0 มาร์โก แวร์รัตติ ตักบอลข้ามหัวกองหลังไปให้ เมาโร อีการ์ดี้ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปโขกบอลผ่าน สตีฟ ม็องด็องด้า เป็นประตูที่สองของอดีตหอกอินเตอร์ มิลานในเกมนี้ เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง ปารีสฯ หนีไปไกล 3-0 และเป็น อังเคล ดิมาเรีย ที่วันนี้เล่นได้โดดเด่นผ่านออลเลียดไปเสาสองให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยิงโล่งๆ เข้าไป ก่อนจบครึ่งแรกแค่นาทีเดียว ดิ มาเรีย ดีดบอลทะลุแนวรับให้ เอ็มบั๊ปเป้ กระชากหนีแนวรับมาร์กเซยก่อนจะกดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านปลายนิ้วของ สตีฟ ม็องด็องด้า เข้าไป
จบครึ่งแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หนี โอลิมปิก มาร์กเซย 4-0
ครึ่งหลัง นาที 70 เจ้าบ้านพลาดโอกาสได้ประตูที่ห้า หลังอีการ์ดี้ ผ่านบอลให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ดวลเดี่ยวกับ สตีฟ ม็องด็องด้า ก่อนอดีตหอกโมนาโกจะยิงหลุดกรอบออกไปเอง และเป็นแอ็คชั่นสุดท้ายของ เอ็มปั๊ปเป้ ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกโดยส่ง เอดินสัน คาวานี่ ลงมาเล่นแทน ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม
จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดบ้านไล่ถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย ยับเยิน 4-0 

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม 
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เกย์ลอร์ นาวาส – โกแล็ง ดักบา (เลอันโดร ปาเรเดส น.61), ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), เพรสแนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต – อันเดร์ เอร์เรร่า (ปาโบล ซาราเบีย น.79), มาร์กินญอส, มาร์โก แวร์รัตติ – อังเคล ดิ มาเรีย, เมาโร อีการ์ดี้, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (เอดินสัน คาวานี่ น.71)
โอลิมปิก มาร์กเซย สตีฟ ม็องด็องด้า (กัปตันทีม) – บูน่า ซาร์, ดูเย่ ชาเลต้า-ชาร์, บูบาการ์ กามาร่า, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาล็องแต็ง รงชิเย่ร์, เควิน สตรอทมัน, มักซิม โลเปซ (จอร์แดน อมาวี่ น.46) – วาแลร์ แชร์กแมง (มอร์กกาน ซ็องซง น.82), ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ (มาร์เลย์ อาเก้ น.80), ดิมิทรี ปาเยต


ศึกบิ๊กแมตช์ ลิเวอร์พูล คว้าชัยเหนือ สเปอร์ส 2-1 แม้โดนนำ


สเปอร์ส แม้จะทำช็อกแฟนหงส์ด้วยการบุกมานำแต่ไก่โห่ แต่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เร่งเกมก่อนเผด็จศึกรัวสองเม็ดรวด จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และจุดโทษของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พาทีมคว้าชัย 2-1 ทำสถิติไร้พ่ายในลีกที่แอนฟิลด์ 45 แล้ว แถมชนะ 12 เกมติด พร้อมนำจ่าฝูงโดยทิ้งอันดับสองอย่าง แมนฯซิตี้ 6 คะแนน ในศึกบิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม : แอนฟิลด์
เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ได้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หายป่วยกลับมายืนแบ็กขวา แดนกลางส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม คืนตัวจริง เกมรุกมาเต็มจัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ นำทัพ ฟาก “ไก่เดือยทอง” ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ปรับทัพหลายจุดส่ง  โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แดนนี่ โรส,, แฮร์รี่ วิงค์ส และ คริสเตียน เอริคเซ่น คืน 11 คนแรก
ออกสตาร์ทครึ่งแรก มาเพียงแค่ 47 วินาทีเท่านั้น สเปอร์ส เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว บอลจาก ซน ฮึง มิน ได้บอลทางซ้ายก่อนดึงจังหวะหลบ เฮนเดอร์สัน เข้าขวาข้างถนัดแล้วตะบันอัดเต็มแรงนอกกรอบบอลไปชน เดยัน ลอฟเรน ชนเสาก่อนจะกระเด้งมาเข้าหัว แฮร์รี่ เคน โขกซ้ำเข้าไป ลิเวอร์พูล ไม่รอช้าบุกหนักหวังทวงประตูคืนให้เร็ว นาที 20 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์  เปิดบอลเข้ามาจุดนัดพบ ซาดิโอ มาเน่ สลัดหนีตัวประกบมาโหม่งเหินข้ามคาน
นาที 25 เกือบได้ลุ้นเม็ดสอง หลังคริสเตียน เอริคเซ่น วิ่งมาหวดในกรอบบอลพุ่งไปเสาสอง แฮร์รี่ เคน วิ่งมาพยายามเหยียดซ้ำแต่ไม่ถึง นาที 27 หงส์แดง ชวดตีเสมอเหลิอเชื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไหลบอลเข้าช่องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลากตัดเข้าในส่องด้วยซ้ายถูก  เปาโล กัซซานิก้า ปัดออกมาเข้าทาง ฟีร์มีโน่ ตามซ้ำเน้นๆยังถูก กัซซานิก้า ลุกมาปัดทิ้งออกไปได้อีก โอกาสต่อเนื่องของเจ้าบ้าน  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดฟรีคิกโค้งเข้าเขตโทษ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค โถมขึ้นโหม่งยังถูก กัซซานิก้า ผวาปัดข้ามคานออกไปได้ทัน ก่อนจบครึ่งแรก 3 นาที หงส์แดง ได้ลุ้นจากฟรีคิระยะหวังผล  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วิ่งมาปั่นเน้นๆไปติดกำแพงน่าเสียดาย
จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ตามหลัง สเปอร์ส 0-1
กลับลงสนามในครึ่งหลังต่อ หงส์แดง บุกกดดันหนักทันที แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมาเอาบอลแล้วเปิดลึกไปเสาไกล โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ขึ้นโหม่งกดลงพื้นถูก กัซซานิก้า ผวาปัดออกหลังไปได้ทัน นาที 48 สเปอร์ส หวิดหนีห่างเป็นสอง จากจังหวะบอลยาวเปิดขึ้นมาแล้ว ลอฟเรน ทำพลาดปล่อยบอลตกจนถูก ซน ฮึง-มิน ฉกเอาบอลไปแตะหนี อลีสซิง แล้วตวัดยิงบอลมุมแคบไปชนคานน่าเสียดาย
ถัดมา 4 นาทีกลายเป็น ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ 1-1 ฟ่าบินโญ่ ตักบอลเข้าเขตโทษไปแฉลบ ดาวินซอน ซานเชซ หลุดมาถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงบอลด้วยซ้ายตกลงพื้นก่อนพุ่งเสียบเสาไกลเด็ดขาด หลังตีเสมอเจ้าถิ่นลุยหนักมากขึ้น  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เติมเกมบุกขึ้นมาเปิดไปให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้กดในเขตโทไม่ผ่านมือ เปาโล กัซซานิก้า ที่ยืนถูกตำแหน่ง นาที 74 ลิเวอร์พูล ได้ลูกจุดโทษเมื่อ แซร์ช โอริเย่ร์ ไปเสียเหลี่ยมแหย่บอลสกัดโดนขา ซาดิโอ มาเน่ ที่บังบอลได้เปรียบ แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ไม่ลังเลเป่าชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น ซาลาห์ อาสายิงเข้าไปไม่พลาด ลิเวอร์พูล พลิกแซงนำ 2-1
จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บสามแต้มล้ำค่าตามเป้าดว้ยการเฉือนชนะ สเปอร์ส 2-1 พร้อมรักษาช่องว่างจากรองจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ ไว้ที่ 6 คะแนน 

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม 
ลิเวอร์พูล อลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (เจมส์ มิลเนอร์ น.77) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (โจ โกเมซ น.85), โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.90+1) , ซาดิโอ มาเน่
สเปอร์ส: เปาโล กัซซานิก้า, แซร์ช โอริเย่ร์ (ลูคัส มูร่า น.83), โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, แดนนี่ โรส, มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส (ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ น.63) , คริสเตียน เอริคเซ่น (โจวานี่ โล เซลโซ่ น.88) , เดเล่ อัลลี่, ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน
ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

รอย คีน แนะเตือนทัพปีศาจแดงไม่ควรซื้อ คริสเตียน เอริคเซ่น เข้าทีม



รอย คีน ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แนะนำอดีตต้นสังกัดของตัวเองว่าไม่ควรคว้าตัว คริสเตียน เอริคเซ่น กองกลางชาวเดนมาร์กของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพ ซึ่งก่อนหน้านี้ เอริคเซ่น ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในตลาดช่วงซัมเมอร์ของปีนี้ หลังจากเจ้าตัวประกาศเองว่าอยากย้ายทีมเพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ บ้าง โดยทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขามีอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส เป็นต้น โดย รอย คีน ก็ออกมาเสนอแนะว่า

"ถ้าผมเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมจะไม่มีวันเอาเขามาร่วมทีมแน่ๆ ผมคิดว่าเขาจะได้ย้ายออกจากทีมแบบไร้ค่าตัว แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำให้ทีมที่ย้ายไปอยู่ด้วยมีสภาพดีขึ้นได้ และสโมสรอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังพยายามลดช่องว่างในด้านนั้นให้ได้อยู่ เขาจะไม่มีทางทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดีขึ้นได้แน่"